SINO ประเมินผลกระทบหากสหรัฐฯ ขึ้นค่าธรรมเนียมจอดเรือขนส่งสินค้าที่สร้างในจีน ให้ความมั่นใจประสานงานสายการเดินเรือเตรียมพื้นที่รองรับดีมานด์ลูกค้า
“บมจ.ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น” หรือ SINO มองผลกระทบหากสหรัฐฯ ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการจอดเรือขนส่งสินค้าที่สร้างในประเทศจีนหรือสายเรือที่จดทะเบียนในประเทศจีน (สัญชาติจีน) คาดว่าจะส่งผลต่อต้นทุนค่าขนส่งสินค้าไปยังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น จากการปรับเส้นทางเดินเรือเพื่อเข้าจอดเทียบท่าเฉพาะท่าเรือหลักที่มีความต้องการขนส่งสินค้าจำนวนมากเท่านั้น และอาจกระทบต่อซัพพลายเรือในตลาดที่อาจไม่เพียงพอ เนื่องจากต้องปรับเปลี่ยนไปใช้เรือจากประเทศอื่นๆ ทดแทน ด้านผู้บริหารให้ความมั่นใจประสานงานสายเรือเตรียมพื้นที่รองรับให้เพียงพอต่อความต้องการ
นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO กล่าวถึงกรณีนี้ว่า “สหรัฐอเมริกา (USTR) กำลังพิจารณาปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการจอดเรือขนส่งสินค้าที่สร้างในประเทศจีนหรือสายเรือที่จดทะเบียนในประเทศจีน (สัญชาติจีน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมการต่อเรือของสหรัฐฯ หลังจากจีนมีส่วนแบ่งการตลาดในอุตสาหกรรมการต่อเรือของโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา”
ทั้งนี้ หากการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการจอดเรือได้รับการอนุมัติ จะส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเรือขนส่งสินค้าทางทะเลที่ให้บริการด้วยเรือขนส่งที่สร้างในประเทศจีน รวมถึงผู้ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ ที่ใช้บริการเรือขนส่งดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น รวมถึงส่งผลกระทบกับซัพพลายเรือในอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าทางทะเลไปยังสหรัฐฯ อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากการปรับเปลี่ยนไปใช้เรือขนส่งทางทะเลที่ไม่ได้สร้างในประเทศจีนทดแทน เพื่อเลี่ยงผลกระทบจากการขึ้นค่าธรรมเนียมการจอดเรือ
ขณะเดียวกัน การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมดังกล่าว อาจทำให้สายการเดินเรือต้องลดจำนวนการจอดท่าเทียบเรือในสหรัฐฯ โดยเลือกเข้าจอดเทียบท่าเรือหลัก (Core port) ที่มีความต้องการขนส่งสินค้าเป็นจำนวนมากเท่านั้น และเลี่ยงการเข้าเทียบท่าเรือที่มีความต้องการขนส่งสินค้าในปริมาณน้อย เนื่องจากไม่คุ้มค่ากับต้นทุน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ และมีผลต่อต้นทุนรวมถึงระยะเวลาจัดส่งสินค้าที่อาจเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้วางแผนบริหารจัดการเพื่อรับมือปัญหาขาดแคลนเรือดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้น โดยใช้จุดแข็งจากการเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่มีปริมาณขนส่งสินค้าทางทะเลเส้นทางไทย-สหรัฐฯ เป็นอันดับ 3 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทยในเส้นทางดังกล่าว รวมถึงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ประกอบการสายการเดินเรือชั้นนำของโลกที่ให้บริการขนส่งสินค้าไปยังสหรัฐฯ ในการประสานงานเพื่อจัดหาพื้นที่ให้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจะถึงจุดหมายปลายทางได้ตามระยะเวลาที่กำหนด
3578