MAXBIT ขอใบอนุญาตขยายธุรกิจเพิ่ม เพิ่มทุน 300 ล้านเป็น 500 ล้านบาท
ชูกลยุทธ์ปี 68 ประกาศเพิ่มทุนจาก 300 ล้านบาท เป็น 500 ล้านบาท เพื่อขอใบอนุญาติขยายธุรกิจเพิ่ม และยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล สู่ผู้นำตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย ลุยสร้างแบรนด์-เจาะฐานลูกค้ารายย่อย-เพิ่มตัวเลือกมากที่สุด เสริมทัพความแกร่งในอนาคต
นายปกเขตร รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด MAXBIT เผยว่า คณะกรรมมีมติอนุมัติให้บริษัทฯมีการเพิ่มทุนจาก 300 ล้านบาท เป็น 500 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล การเพิ่มทุนในครั้งนี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของเราในการพัฒนาแพลตฟอร์มการซื้อขาย สินทรัพย์ดิจิทัล ให้มีคุณภาพ เราจะใช้เงินทุนที่เพิ่มขึ้นในการปรับปรุงระบบงานภายในและมาตรฐานการจัดการ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับบริการที่ดียิ่งขึ้น
การเพิ่มทุนอย่างมีนัยสำคัญนี้ คาดว่า จะเสริมสร้างเสถียรภาพในการดำเนินงาน และตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วใน ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของ แมกซ์บิท ในการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย
การเพิ่มทุนครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับระบบการซื้อขาย สินทรัพย์ดิจิทัล โดยมุ่งเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่
1.การพัฒนาประสิทธิภาพแพลตฟอร์ม : ปรับปรุงระบบเพื่อให้การทำธุรกรรมเป็นไปอย่างรวดเร็ว ราบรื่นและปลอดภัย เพื่อสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าให้ได้รับประสบการณ์การใช้บริการที่ไม่มีความยุ่งยาก 2.การเสริมสร้างความแข็งแกร่งขององค์กร : ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและระบบบริการลูกค้า เพื่อรองรับการเติบโตในตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย 3.การยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน : เตรียมความพร้อมในการขอ ISO Certificate เพิ่มเติม เพื่อสร้างความเชื่อมันให้กับผู้ใช้งานและนักลงทุน
แผนการดำเนินงานในปี 2568 1.ขยายฐานลูกค้ารายย่อย (Retail) เพื่อทำให้แพลตฟอร์มครอบคลุมและเข้าถึงลูกค้าทั้งนักลงทุนหน้าใหม่หรือผู้ที่มีประสบการณ์ในวงกว้างยิ่งขึ้น 2.สร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง เน้นการทำการตลาดมากขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้และดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ และ 3.เพิ่มจำนวนคู่เหรียญบนแพลตฟอร์ม โดยเพิ่มจำนวนเหรียญที่สามารถซื้อขายได้ในแพลตฟอร์ม เพื่อให้มีตัวเลือกมากขึ้นสำหรับนักลงทุน โดยตั้งเป้าว่าจะเป็นกระดานเทรดที่มีจำนวนเหรียญมากที่สุดในประเทศไทย ควบคู่การเพิ่ม option ในการเทรดให้มากขึ้น เพื่อตอบสนองลูกค้า
@pipatnavasawad MAXBIT ขอใบอนุญาตขยายธุรกิจเพิ่ม เพิ่มทุน 300 ล้านเป็น 500 ล้านบาท ชูกลยุทธ์ปี 68 ประกาศเพิ่มทุนจาก 300 ล้านบาท เป็น 500 ล้านบาท เพื่อขอใบอนุญาติขยายธุรกิจเพิ่ม และยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล สู่ผู้นำตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย ลุยสร้างแบรนด์-เจาะฐานลูกค้ารายย่อย-เพิ่มตัวเลือกมากที่สุด เสริมทัพความแกร่งในอนาคต นายปกเขตร รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด MAXBIT เผยว่า คณะกรรมมีมติอนุมัติให้บริษัทฯมีการเพิ่มทุนจาก 300 ล้านบาท เป็น 500 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล การเพิ่มทุนในครั้งนี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของเราในการพัฒนาแพลตฟอร์มการซื้อขาย สินทรัพย์ดิจิทัล ให้มีคุณภาพ เราจะใช้เงินทุนที่เพิ่มขึ้นในการปรับปรุงระบบงานภายในและมาตรฐานการจัดการ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับบริการที่ดียิ่งขึ้น การเพิ่มทุนอย่างมีนัยสำคัญนี้ คาดว่า จะเสริมสร้างเสถียรภาพในการดำเนินงาน และตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วใน ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของ แมกซ์บิท ในการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย More Articles อ่านฉบับเต็ม https://corehoon.com/index.php/component/multicontent_client/showcontent/236884
♬ original sound Pipatnavasawad
“ปี 2568 เรามุ่งมั่นสร้างแพลตฟอร์มที่ครอบคลุม และเข้าถึงลูกค้ารายย่อยมากที่สุด การให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้ารายย่อย ถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน และมั่นใจว่า เป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ Maxbit กลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับนักลงทุนทุกกลุ่ม แผนทั้งหมดนี้เพื่อให้ Maxbit สามารถแข่งขันในตลาดที่มีการแข่งขันสูง และดึงดูดผู้ใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของนักลงทุนรายย่อย สู่เป้าหมายสำคัญ คือการยกระดับสถานะของบริษัทให้เป็นผู้นำในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย”
สำหรับ ตลาดเหรียญคริปโทฯในปี 2568 คาดมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าอัตราการซื้อขายของสินทรัพย์ดิจิตอลในไทยจะสามารถเบรคเอาท์ไปถึงระดับสูงสุดที่เคยมีมา ซึ่งเคยสูงถึง 80,000 ล้านบาทต่อเดือน ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 20,000-50,000 ล้านบาทต่อเดือน จึงเป็นโอกาสที่ Maxbit เตรียมความพร้อมทุกด้านรองรับตลาดที่เติบโต และยังคงมุ่งเน้นการลงทุนในระบบและการสร้างแบรนด์เพื่อดึงดูดนักลงทุนรายย่อยมากขึ้น
ส่วนนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ สนับสนุนเรื่องบิทคอยน์ และหลังการชนะเลือกตั้ง ทำให้ราคาปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งวอลุ่มที่เข้ามาในเดือนนี้เติบโตก้าวกระโดด ซึ่งหากหลัง ทรัมป์ เข้าทำงานเต็มที่เชื่อว่าตลาดในไทยน่าจะซื้อขายคึกคักมากขึ้นจากราคาบิทคอยน์ที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ส่วนในปี 2568 คาดว่าน่าจะเป็น All time hight ในตลาดการซื้อขายของสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย ส่วนราคาบิทคอยน์ คาดว่าจะแตะที่ระดับ 150,000$ หรือประมาณ 5 ล้านบาท แต่ขณะเดียวกัน ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาจากนโยบายทรัมป์ เช่นกัน
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ Maxbit เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตแบบทบต้นต่อเดือน (CMGR) ที่ 36.11% มูลค่าการซื้อขายจะมากกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งในปี 2568 นี้ ถือเป็นปีแห่งความสำเร็จของ Maxbit เชื่อว่า จะสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
“ปี 2568 นี้ ไม่ได้โตเพียงตัวเลขเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าร่วมกับลูกค้า และให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง อีกทั้ง ยังได้สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกและการพัฒนาที่มุ่งเน้นความต้องการของตลาดในประเทศไทยเป็นสำคัญ”